บทความ

เล่นโทรศัพท์ขณะขับรถ โดนจับปรับเท่าไหร่?

รูปภาพ
แม้ว่าจะเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตประจำวันเป็นลำดับต้นๆ แต่คงทราบกันดีว่า การเล่นโทรศัพท์มือถือขณะขับขี่รถยนต์นั้นเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หลายคนอาจทราบแล้วว่าบทลงโทษนั้นคืออะไร แต่หากใครยังไม่รู้ Sanook! Auto มีข้อมูลมาบอก พ.ร.บ. จราจรทางบก แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2551 มาตรา 43 ได้ชี้แจงเอาไว้ว่า “ห้ามมิให้ผู้ขับรถใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ เว้นแต่การใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่โดยมีอุปกรณ์เสริมสำหรับสนทนา (สมอลล์ทอล์ก) เท่านั้น โดยผู้ขับขี่ไม่ต้องถือหรือจับโทรศัพท์” นั่นหมายความว่า ไม่ว่าคุณจะพิมพ์ข้อความผ่านแอปพลิเคชั่นต่างๆ อาทิ ไลน์ หรือ เฟซบุ๊ก หรือจะกดดูแผนที่ผ่าน GPS หรือ Google Maps หากเป็นการใช้โทรศัพท์มือถือขณะที่ขับรถอยู่ ก็มีความผิดตามกฎหมายทั้งสิ้น ตำรวจจราจรมีสิทธิ์จับปรับได้ทุกกรณีตั้งแต่ 400-1,000 บาท สำหรับทางแก้ไข หนทางที่ดีที่สุดคือ การไม่ใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถโดยเด็ดขาด หรืออาจจะติดตั้งอุปการณ์เสริมที่ใช้เกี่ยวกับโทรศัพท์ เช่น หูฟัง หรืออุปกรณ์ที่วางตั้งโทรศัพท์ นอกจากจะไม่โดนจับปรับแล้ว ยังปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของคุณอีกด้วย CR:htt...

ไขคำตอบ ขอบถนนสี “ขาว-ดำ” จอดรถได้หรือไม่?

รูปภาพ
หลายครั้งที่เราเล็งหาที่จอดรถริมถนนเพื่อทำธุระปะปัง แต่มองไปทางไหนก็เจอแต่สีขาว-แดงที่ไม่สามารถจอดได้แน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ทว่าเมื่อเหลือบไปเห็นขอบทางทาสีขาว-ดำ ก็เกิดข้อสงสัยว่าเราจะรอดจากการโดนใบสั่งหรือล็อกล้อหรือไม่ Sanook! Auto มีคำตอบ ตามกฎหมายที่บัญญัติไว้ “เครื่องหมายขาวดำ” มีลักษณะเป็นแถบสีขาวสลับสีดำ แสดงหรือทำให้ปรากฏที่ขอบคันหินหรือสิ่งกีดขวางอื่นๆ เพื่อให้ผู้ใช้ทางเห็นขอบคันหินหรือสิ่งกีดขวางนั้นๆ ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่า สีขาว-ดำดังกล่าวมีขึ้นเพื่อให้ผู้ขับขี่มองเห็นว่าตรงนี้มีขอบฟุตปาธเพียงเท่านั้น ไม่ได้มีการระบุแต่อย่างใดว่า ห้ามจอด หรือ ห้ามหยุด บริเวณดังกล่าว ทว่าจะสามารถจอดได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับว่า จุดนั้นเป็นที่คับขันหรือเข้าข่ายเป็นที่ห้ามจอดหรือไม่ ซึ่งหากคุณไปจอดตรงแถบสีขาว-ดำแล้วดันไปกีดขวางทางรถคันอื่นที่ต้องเข้าจอดบริเวณนั้น เช่น รถโดยสารประจำทางที่จะต้องเข้าป้ายรับผู้โดยสาร ก็เข้าข่ายผิดกฎหมายเช่นเดียวกัน สรุปแล้วคือ ควรพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนจอดบริเวณขอบถนนสีขาว-ดำ ว่าไปกีดขวางการเดินรถหรือไม่ หากว่าไม่... ก็ทำการจอดรถได...

“ดอกยาง” สำคัญแค่ไหน ในช่วงหน้าฝน

รูปภาพ
“ยางรถยนต์” คือชิ้นส่วนที่มีความสำคัญลำดับต้นๆ ในการขับขี่ เพราะมันคือสิ่งเดียวที่สัมผัสกับพื้นถนนตลอดเวลา โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนแบบนี้ยิ่งต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ในการตรวจเช็ก “ดอกยาง” ของรถคุณก่อนออกเดินทาง ดอกยางทำหน้าที่อะไร ยางที่ถูกติดตั้งในรถยนต์ที่ใช้งานบนท้องถนนทุกคันจะเป็นยางที่มีดอกทั้งสิ้น แตกต่างกันที่ลวดลายและรูปแบบของยางแต่ละยี่ห้อ โดยดอกยางจะมีบทบาทสำคัญในการขับขี่ทางเปียก หรือในช่วงฝนตก ทำหน้าที่รีดน้ำออกเมื่อหน้ายางสัมผัสกับพื้นถนนที่เปียกและลื่น คุณสมบัติทั่วไป โดยเฉลี่ยหากรถวิ่งด้วยความเร็วคงที่ 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ดอกยางจะช่วยรีดน้ำได้ราว 10-15 ลิตรต่อวินาที แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพของดอกยาง ความลึกของร่องยาง ที่หากยิ่งลึกมากก็จะยิ่งช่วยรีดน้ำได้ดีมากขึ้น ดอกยางช่วยในการเบรกอย่างไร นอกจากดอกยางจะช่วยรีดน้ำในทางเปียกแล้ว มันยังช่วยลดระยะเบรกของรถได้อีกด้วย โดยจะมีประสิทธิภาพแปรผันไปตามความลึกของร่องยางเช่นเดียวกัน โดยเว็บไซต์ uniroyal-tyres.com มีการทดสอบการเบรกในทางเปียกจากความเร็ว 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงจนถึงรถหยุดนิ่ง ซึ่งผลปรากฎว่...

จริงหรือไม่? ฝนตกแล้วไม่ล้างรถ จะทำให้สีรถหมอง

รูปภาพ
ฝนตกทุกวันแบบนี้ จะล้างรถไปทำไมบ่อยๆ? นั่นอาจเป็นคำถามที่ค้างคาใจใครหลายคนมาตลอด ว่าแท้ที่จริงแล้วในช่วงหน้าฝนควรจะล้างรถหรือไม่? เพราะบางครั้งก็เกิดเหตุการณ์ล้างรถเสร็จปุ๊บ ฝนห่าใหญ่ก็เทลงมาทันที แถมยังมีคำถามต่อเนื่องอีกว่า หากไม่ล้างรถในช่วงฤดูฝน ก็อาจจะทำให้สีของรถนั้นหมองขึ้นจริงหรือ? คำตอบก็คือ... จริง เพราะหากไม่ล้างรถเป็นประจำสม่ำเสมอ คราบที่เกาะติดรถของคุณก็จะสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งพอเจอฝนกระหน่ำลงมาบ่อยๆ ก็จะทำให้สีรถหมอง และถ้ายิ่งปล่อยเอาไว้นานเข้า มันก็จะแปรสภาพกลายเป็นคราบไคลที่ต้องใช้วิธีการขัดสีเพียงอย่างเดียว เสียสตางค์เพิ่มเข้าไปอีก วันนี้ Sanook! Auto มีเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ สำหรับผู้ที่อยากดูแลสีรถให้อยู่คงคู่รถคันโปรดของคุณไปนานๆ จะมีวิธีใดบ้าง ไปดูกัน 1.เมื่อฝนหยุด อย่าจอดรถกลางแดด เพราะนั่นอาจก่อให้เกิดคราบฝังอยู่บนสีรถได้ง่ายขึ้น ยิ่งเป็นแดดจัดๆ ด้วยแล้วยิ่งไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากความร้อนจะทำให้น้ำฝนแห้งกลายเป็นคราบ หากหนักข้ออาจจะกัดลึกเข้าไปในเนื้อสีได้เลยทีเดียว 2.ที่จอดในร่มซึ่งเต็มไปด้วยยางเกสร หรือใต้ต้นไม้ นอกจากยางเกสร...

ฟิล์มกรองแสงเบอร์ 40-60-80 หมายความว่าอย่างไร?

รูปภาพ
     หลายคนที่เคยนำรถไปติดฟิล์มกรองแสง หรือซื้อรถยนต์ใหม่ คงจะเคยได้ยินคำพูดประเภท บานหน้า 40 รอบคัน 60 หรือกระทั่ง 80 แท้จริงแล้วตัวเลขเหล่านี้มีความหมายว่าอย่างไร?       ฟิล์มกรองแสงรถยนต์แต่ละรุ่น-ยี่ห้อ สามารถเลือกระดับความเข้มของเนื้อฟิล์มได้ ซึ่งตัวเลข 40-60-80 ที่เซลส์มักใช้กัน บ่งบอกถึงระดับความเข้มของฟิล์มกรองแสง ยิ่งค่าสูงขึ้นเท่าไหร่ ยิ่งมีความเข้มเพิ่มขึ้นเท่านั้น      แต่ในความเป็นจริงนั้น ตัวเลขเหล่านี้อาจสร้างความสับสนให้กับผู้ที่เลือกฟิล์มกรองแสงด้วยตัวเอง เพราะผู้ผลิตฟิล์มกรองแสงมักตั้งชื่อรุ่นตามระดับที่แสงส่องผ่านได้ ยกตัวอย่างเช่น รุ่น VK-70 หมายถึงฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่านได้ประมาณ 70% จึงยังคงมีความใสอยู่มาก หรือรุ่น FX15 หมายถึงฟิล์มที่ยอมให้แสงส่องผ่านได้ประมาณ 15% จึงเป็นฟิล์มที่ค่อนข้างทึบจนเกือบดำสนิท         ดังนั้น ตัวเลขตามสูตรบานหน้า-รอบคันที่ถูกเรียกกันติดปาก ทั้ง 40, 60 และ 80 จึงถือว่าตรงกันข้ามกับชื่อรุ่นจากผู้ผลิตโดยสิ้นเชิง แต่ก็ยังเป็นที่นิยมใช้กันเนื่องจากเข้าใจง่...

เสี่ยงแค่ไหนกับชีวิตบน "ถนน-ทางเท้า" เมืองไทย

รูปภาพ
     ในช่วงเทศกาลสำคัญ เรามักจะเห็นข่าวสรุปตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนอยู่เป็นประจำ แต่ทราบหรือไม่ว่า นอกเหนือจากช่วงเทศกาลแล้ว สถิติตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติทางถนนในบ้านเรา ถือว่าสูงเป็นลำดับต้นๆของโลกเลยทีเดียว       ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO : World Health Organization ) เมื่อช่วงต้นปี 2019 ระบุว่าไทยมีอัตราผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสูงที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่จำนวน 32.7 คน ต่อประชากร 1 แสนคน Tonkit360 รวบรวมสาเหตุที่เป็นความเสี่ยงจากการใช้ชีวิตบนท้องถนนมาฝากกัน เพื่อหวังว่าตัวเลขดังกล่าวจะลดลงบ้าง ไม่มากก็น้อย "ทางเท้า" กลายเป็นที่ของร้านค้า       การจัดการบนทางเท้า (Footpath)ในกรุงเทพมหานคร ถือเป็นสิ่งที่เป็นปัญหามาอย่างต่อเนื่อง เพราะมันเชื่อมโยงกันกับบุคคลหลายอาชีพ ทั้งร้านค้า เจ้าหน้าที่เทศกิจ ผู้บริโภค และผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์ เรามักจะเห็นร้านอาหารตั้งโต๊ะให้ลูกค้านั่ง ล้ำออกมาบนทางเท้าอยู่ทั่วทุกจุดของกทม.       หลายคนอาจจะมองเป็นเรื่องไม่สำคัญ และมองข้...

"ยางอะไหล่" รถป้ายแดงถูกลดสเปกจริงหรือ

รูปภาพ
     คนใช้รถโดยทั่วไปอาจจะไม่เคยสนใจเรื่องของยางอะไหล่ที่ติดมากับตัวรถสักเท่าไหร่ จนกระทั่งถึงวันที่ยาง 1 ใน 4 เส้นของรถคุณ รั่ว แตก หรือมีปัญหา อย่างไรก็ดีเป็นที่น่าสังเกตว่า ยางอะไหล่ในของรถที่ติดมาจากโรงงาน เป็นยางที่คนละสเปกกับยางปกติ แท้จริงแล้วเกิดจากการลดสเปกของค่ายรถจริงหรือไม่ Tonkit360 มีคำตอบมาฝากกัน ยางอะไหล่โดยทั่วไปจะเล็กกว่ายางปกติ       เป็นเรื่องจริงที่หากเราไปเปิดท้ายรถเมื่อตรวจดูยางอะไหล่ จะพบว่า ยางเส้นที่ 5 นั้นจะเป็นยางเส้นเล็กกว่ายางปกติ รวมถึงจะเป็นเพียงล้อกระทะ ไม่ใช่ล้อแม็กซ์เหมือนกับล้อทั้ง 4 มีเพียงรถบางรุ่นและบางยี่ห้อเท่านั้นที่จัดเต็มให้ยางสเปกเดียวกันพร้อมล้อแม็กซ์ติดรถมาเป็นยางอะไหล่       อย่างไรก็ดี นี่คือเรื่องปกติของรถยนต์ โดยเฉพาะในประเทศญี่ปุ่น รถยนต์ส่วนใหญ่จะมียางอะไหล่ที่เล็กและบางกว่ายางปกติ เนื่องด้วยเหตุผลเพื่อลดน้ำหนักรวมของตัวรถเพื่อช่วยประหยัดเชื้อเพลิง รวมถึงเพื่อประหยัดพื้นที่ท้ายรถ เพื่อเก็บสัมภาระให้มากขึ้น และถือเป็นยางที่ใช้ชั่วคราวเท่านั้น ฉะนั้นจึงไม่ถือเป็นเรื่อง...