บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก พฤษภาคม, 2019

ป้ายทะเบียนรถหลุดหายขอใหม่ 15 วันได้ ไม่ต้องแจ้งความ

รูปภาพ
     กรมการขนส่งแนะเจ้าของรถที่แผ่นป้ายทะเบียนหลุดหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายใหม่ได้ทันที มีระยะเวลาดำเนินการ 15 วัน ไม่ต้องแจ้งความ       นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ช่วงฤดูฝนทำให้หลายพื้นที่มีฝนตกหนักและอาจเกิดน้ำท่วมขังจนทำให้รถยนต์หลายคันจำเป็นต้องขับรถลุยน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้และเป็นเหตุให้แผ่นป้ายทะเบียนรถหล่นหาย หรือทำให้ตัวยึดแผ่นป้ายเกิดสนิมและทำให้ตัวแผ่นป้ายทะเบียนรถหลุดหล่น จึงควรตรวจสอบการยึดติดแผ่นป้ายทะเบียนรถทั้งด้านหน้าและท้ายรถให้มีความมั่นคงแน่นหนา เพื่อป้องกันการหลุดหล่นระหว่างการขับรถ       ทั้งนี้ หากเจ้าของรถพบว่าแผ่นป้ายทะเบียนหลุดหาย สามารถขอรับแผ่นป้ายทะเบียนทดแทน ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นอยู่ในความรับผิดชอบได้ทันที โดยไม่ต้องแจ้งความแต่อย่างใด โดยมีค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายละ 100 บาท และค่าคำขอ 5 บาท หลักฐานที่ต้องใช้ขอรับแผ่นป้ายทะเบียน ประกอบด้วย สมุดคู่มือจดทะเบียนตัวจริง สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรประชาชนผู้รับมอบอำนาจ (กรณีเจ้าข...

ระวัง! "ค้างจ่ายใบสั่ง" งดต่อภาษีรถเด็ดขาด ดีเดย์ 1 ก.ค. 62 นี้

รูปภาพ
  กรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมบูรณาการระบบใบสั่งจราจรและทะเบียนรถ หากค้างค่าปรับจะไม่สามารถชำระภาษีประจำปีได้ เริ่มบังคับใช้ 1 กรกฎาคม 2562 นี้       สำนักงานตำรวจแห่งชาติโดย พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลงานจราจร และกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยในที่ประชุมคณะกรรมการติดตามและแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ที่ผ่านมา ว่าขณะนี้ได้ทำการเชื่อมต่อระบบอายัดการชำระภาษีประจำปีชั่วคราว ในกรณีที่ประชาชนค้างชำระค่าปรับในข้อหาเกี่ยวกับกฎหมายจราจร โดยช่วงแรกจะเป็นการเชื่อมโยงข้อมูลในระบบออฟไลน์ เพื่อดำเนินการอายัดการชำระภาษีเป็นการชั่วคราว และจะเริ่มดำเนินการอายัดตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 เป็นต้นไป       ทั้งนี้ ทั้งสองหน่วยงานจะมีการจัดการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบก่อนล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 1 เดือน โดยในเดือนมิถุนายนตลอดทั้งเดือน เจ้าหน้าที่สามารถตรวจเช็คการค้างชำระค่าปรับ และจะเริ่มใช้ระบบอายัดชำระภาษี โดยหากประชาชนต้องการชำระค่าปรับ สามารถดำเนินการชำระได้ที่สำนักงานขน...

ปลดล็อครถระยะไกลผ่านมือถือ รุ่นไหนทำได้บ้าง?

รูปภาพ
           จากกรณีที่มีเจ้าของรถ MG ZS เผลอลืมลูกน้อยไว้ภายในรถ แต่สามารถสั่งปลดล็อครถจากคอลเซ็นเตอร์เพื่อช่วยชีวิตลูกน้อยได้ ระบบที่ว่านี้คืออะไร และมีในรถรุ่นใดบ้าง?    รถยนต์ MG ZS ที่ตกเป็นข่าวดังกล่าว ถูกติดตั้งระบบเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือแบบ Telematics ที่เรียกว่า i-SMART ซึ่งมีใน 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น D และ X ซึ่งการใช้งานระบบดังกล่าว เจ้าของรถจะต้องลงทะเบียนเพื่อยืนยันความเป็นเจ้าของรถนั้นๆ เสียก่อน จึงจะสามารถใช้งานฟังก์ชั่นต่างๆ ได้อย่างเต็มรูปแบบ       ระบบ i-SMART มีฟังก์ชั่นต่างๆ มากมาย สามารถแบ่งออกเป็น 2 ฟังก์ชั่นหลัก ได้แก่ ระบบสั่งงานผ่านหน้าจอทัชสกรีน (i-SMART on Touchcreen) ซึ่งเป็นการสั่งงานผ่านหน้าจอของตัวรถเพื่อใข้ระบบนำทาง, ระบบรายงานจราจรแบบเรียลไทม์, ระบบเลขาส่วนตัว และระบบโทรออก-รับสายในกรณีฉุกเฉิน เช่น ประสบอุบัติเหตุจนถุงลมนิรภัยทำงาน       อีกฟังก์ชั่นเป็นการสั่งงานผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน (i-SMART Mobile Application) ผ่านการเชื่อมต่อเครือข่ายโทรศัพท์...

รถบรรทุก กับ GPS

รูปภาพ
             กรมการขนส่งทางบก ได้มีการกำหนดให้ รถโดยสารสาธารณะ รถลากจูง และรถบรรทุก 10 ล้อขึ้นไปต้องทำการติดตั้งระบบ GPS เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลกับศูนย์บริหารจัดการเดินรถของกรมขึ้นมา พูดง่ายๆ ก็คือ กรมการขนส่งมีกฎหมายระบุให้ต้องมี GPS ติดรถบรรทุก และรถสาธารณะนั่นเอง เชื่อว่าวิธีการนี้จะช่วยในเรื่องติดตามพฤติกรรมการขับรถได้อีกทั้งยังส่งผลให้ปัญหาเกี่ยวกับอุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงได้ด้วยเช่นกัน             มีสถิติอุบัติเหตุจากรถโดยสารและรถบรรทุกระบุว่า ปัญหาของอุบัติเหตุเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมเรื่องการขับขี่ของพนักงานรวมถึงเรื่องของระบบบริหารจัดการองค์กร อาทิ มีการใช้ความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด, ให้พนักงานขับรถเกินเวลามาตรฐานความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความเมื่อยล้า อ่อนเพลีย จนนำมาซึ่งความเสียหายต่างๆ ดังนั้น การใช้ GPS ติดรถบรรทุก จึงเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการที่มีรถบรรทุก ไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพราะนอกจากจะเพิ่มความปลอดภัยในทรัพย์สินเเละสามารถติดตามการดำเน...

"แง้มกระจกรถ" ช่วยลดความร้อนในห้องโดยสารได้จริงหรือไม่?

รูปภาพ
     เจ้าของรถหลายคนคงเคยใช้วิธีแง้มกระจกหน้าต่างลงเล็กน้อยขณะจอดรถไว้กลางแดดเพื่อลดความร้อนในห้องโดยสาร Sanook! Auto จึงลองพิสูจน์ให้ดูไปเลยว่าวิธีนี้ใช้ได้ผลจริงๆ หรือไม่?       การแง้มกระจกหน้าต่างลงเล็กน้อย เป็นวิธีที่หลายคนคงเคยใช้มาบ้าง เพื่อให้อากาศภายในห้องโดยสารถ่ายเทความร้อนออกไปนอกรถ ผู้เขียนจึงได้ทดลองนำเทอร์โมมิเตอร์ไปวางในรถให้เห็นกันไปเลย ว่าวิธีดังกล่าวจะสามารถลดอุณหภูมิภายในห้องโดยสารได้จริงหรือไม่       จากที่ผู้เขียนได้ทดสอบอุณหภูมิภายในห้องโดยสารเปรียบเทียบระหว่างการจอดรถไว้กลางแดด และจอดรถในร่ม >> จะเห็นว่าอุณหภูมิหลังจากที่จอดรถกลางแดดทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง พุ่งขึ้นไปอยู่ที่ 44.6 องศาเซลเซียส ซึ่งถือว่าร้อนจัดเลยทีเดียว จากนั้นเราได้ทดสอบต่อด้วยการลดกระจกลงประมาณ 1-1.5 นิ้ว ทั้ง 4 บาน พอที่จะไม่ให้ใครสามารถสอดมือเข้ามาได้ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ผลปรากฏว่า...       อุณหภูมิภายในห้องโดยสารอยู่ที่ 44.6 องศาเซลเซียสเท่าเดิม! ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าจะแง้มกระจกทิ้งไ...

การแจ้งเปลี่ยนเครื่องยนต์ มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?

รูปภาพ
   การเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ จำเป็นต้องตรวจสภาพและแจ้งต่อนายทะเบียนก่อนการใช้งาน จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้าง?       การเปลี่ยนเครื่องยนต์ ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งของรถให้ผิดไปจากที่จดทะเบียนไว้เดิม ดังนั้น เจ้าของรถจำเป็นต้องนำไปให้นายทะเบียนตรวจสภาพและบันทึกลงเล่มก่อนการใช้งาน หากฝ่าฝืนจะถือเป็นความผิดตามมาตรา 60 มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท      หลักฐานที่ใช้ในการแจ้งเปลี่ยนเครื่องยนต์ ประกอบด้วย 1.ใบคู่มือจดทะเบียนรถ 2.หลักฐานการได้มาของเครื่องยนต์ เช่น หนังสือรับรองการส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์ หนังสือแจ้งจำหน่ายใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ ใบกำกับภาษีค่าเครื่องยนต์ 3.หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ได้แก่ ภาพถ่ายบัตรประจำตัว หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (แล้วแต่กรณี) 4.หลักฐานการแก้ไขดัดแปลงสภาพรถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน (ถ้ามี)      ขั้นตอนการดำเนินการ ประกอบด้วย 1.ยื่นคำขอพร้อมหลักฐาน เพื่อขอนำรถเข้ารับการตรวจสภาพ 2.ยื่นตรวจสอบคำขอพร้อม หลักฐานและผลผ่านการตรวจสภาพรถ 3.ชำระค่าธรรมเนียมและภาษี...

"จอดรถในร่ม" กับ "จอดรถตากแดด" ร้อนต่างกันขนาดไหน?

รูปภาพ
     ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่าการจอดรถกลางแดดจะทำให้อุณหภูมิสะสมภายในรถสูงขึ้นอย่างมาก แต่เคยสงสัยไหมครับว่าหากเทียบกับการจอดรถในร่มทั่วไป อุณหภูมิจะแตกต่างกันขนาดไหน เราลองไปพิสูจน์กัน      ครั้งนี้ผู้เขียนได้ทดสอบอุณหภูมิภายในห้องโดยสารของรถที่จอดไว้ใต้หลังคาบ้าน เทียบกับรถที่จอดรถไว้นอกบ้าน โดยอุณหภูมิภายนอกรถในขณะนั้นวัดได้ประมาณ 38.6 องศาเซลเซียส (ใต้ร่มหลังคา) ซึ่งถือว่าร้อนระอุเลยทีเดียว      จากนั้นได้ทดสอบด้วยการวางเทอร์โมมิเตอร์ไว้ภายในห้องโดยสาร ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที ซึ่งรถถูกจอดไว้ภายในโรงรถตั้งแต่ช่วงข้ามคืน ปรากฏว่าอุณหภูมิกลับลดลงเหลือ 37.8 องศาเซลเซียสเท่านั้น       จากนั้นผู้เขียนได้นำรถมาจอดทิ้งไว้กลางแดด พร้อมกับปิดกระจกและประตูทุกบานอย่างสนิท พร้อมกับวางเทอรโมมิเตอร์ไว้ตำแหน่งเดิม ผ่านไปประมาณ 1 ชั่วโมง ปรากฏว่าอุณหภูมิพุ่งขึ้นเป็น 44.6 องศาเซลเซียส ถือว่าอยู่ในระดับอันตรายต่อร่างกายหากนั่งโดยสารอยู่ภายในรถ อีกทั้งหากเป็นตำแหน่งที่ได้รับแสงอาทิตย์โดยตรง จะมีความร้อนเพิ่มขึ้นมากกว่านี้อี...

4 พฤติกรรมไม่ควรทำเด็ดขาดกับรถเกียร์ออโต้

รูปภาพ
     แม้ว่าระบบเกียร์อัตโนมัติทั้งแบบทอร์คคอนเวอร์เตอร์และ CVT จะถูกปรับปรุงให้มีความทนทานขึ้นกว่าสมัยก่อนมาก แต่หากใช้งานไม่ถูกวิธี ก็อาจสร้างความเสียหายให้กับชุดเกียร์ได้เช่นกัน Sanook! Auto จึงขอแนะนำ 4 พฤติกรรมที่ไม่ควรทำกับรถเกียร์ออโต้ มีอะไรบ้าง? 1.ปล่อยรถไหลในตำแหน่งเกียร์ N       การปล่อยรถไหลเข้าไฟแดงในตำแหน่งเกียร์ N เป็นพฤติกรรมทำร้ายชุดเกียร์โดยตรง เนื่องจากปั๊มน้ำมันเกียร์จะหยุดการฉีดจ่ายน้ำมัน ซึ่งจำเป็นต่อการหล่อลื่นชุดเกียร์ จะทำให้ชุดเกียร์เกิดความร้อนมากกว่าปกติ และทำให้ฟันเฟืองเกิดความเสียหายได้ในระยะยาว 2.ออกตัวแบบกระชาก       การออกตัวกระชากด้วยการเร่งรอบเครื่องยนต์ในตำแหน่งเกียร์ว่างแล้วใส่เกียร์ D เพื่อให้รถพุ่งออกไปอย่างรวดเร็วนั้น จะทำให้ชุดเกียร์และเพลาขับต้องรับแรงบิดที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรง ส่งผลให้เกิดความเสียหายได้ในระยะยาว 3.คิกดาวน์เป็นประจำ       การคิกดาวน์ คือ การกดแป้นคันเร่งจมมิดเพื่อเปลี่ยนอัตราทดเกียร์ จะช่วยให้รถพุ่งไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว เหมาะสำหรับการเร่งแ...

ช่องฝาปิดเล็กๆ ที่กันชนหน้ารถมีไว้ทำอะไร?

รูปภาพ
           คุณผู้อ่านเคยสังเกตไหมว่าบริเวณกันชนหน้าและหลังของรถเรา จะมีฝาปิดเล็กๆ ติดไว้ อาจมีทรงกลมหรือเหลี่ยมก็ได้ รู้หรือไม่ว่าฝาปิดดังกล่าวมีไว้เพื่ออะไร?       ฝาปิดดังกล่าวแท้จริงแล้วก็คือช่องสำหรับเสียบ "หูลากจูง" นั่นเอง ในกรณีฉุกเฉินที่รถเสียและมีความจำเป็นต้องลากหรือยึดเข้ากับรถเทรลเลอร์ ช่องดังกล่าวจะถูกใช้เพื่อเสียบกับหูลากจูงที่เก็บรวมไว้กับชุดเครื่องมือฉุกเฉินท้ายรถ ซึ่งฝาปิดจะช่วยให้เนียนกลืนไปกับกันชนของรถ       การลากจูงรถ ควรทำการลากแบบยกล้อลอยเพื่อป้องกันความเสียหายกับชุดเกียร์อัตโนมัติ โดยจะยกล้อที่ใช้ขับเคลื่อนขึ้นจากพื้น ระบบเกียร์จึงไม่มีการขยับให้เกิดความเสียหาย แต่กรณีจำเป็นต้องลากจูงด้วยเชือกจริงๆ ก็ควรใช้ความเร็วต่ำไม่เกิน 40 กม./ชม. เป็นระยะทางต่อเนื่องไม่เกิน 30 กิโลเมตร หากเกินกว่านั้นควรหยุดพักเพื่อลดความร้อนของชุดเกียร์ และตรวจสอบระดับน้ำมันเกียร์เป็นระยะด้วย       กรณีเป็นรถเกียร์ธรรมดา สามารถเข้าเกียร์ว่าง (N) ตามปกติ แล้วจึงลากจูงได้โดยไม่สร้างควา...